สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 0
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 863
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 3,051,880
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
12 ธันวาคม 2561
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
      
10  11  12  13  14  15 
16  17  18  19  20  21  22 
23  24  25  26  27  28  29 
30  31           
 
ต้นกุ่ม
[30 สิงหาคม 2554 13:53 น.]จำนวนผู้เข้าชม 4125 คน
ต้นกุ่ม

กุ่ม  :  ต้นไม้อย่างหนึ่ง ดอกและใบกินได้ เปลือกใช้ทำยาได้
กุ่มน้ำ  :  ต้นกุ่มอย่างหนึ่ง ขึ้นอยู่ตามริมน้ำ ใบยาว ๆ ดอกกินได้
กุ่มบก  :  ต้นกุ่มอย่างหนึ่ง ขึ้นอยู่บนบก ตามป่าดอน ใบกลม ๆ ลูกสุกกินได้
     กล่าวในทางพฤกษศาสตร์แล้ว ต้นกุ่มของชาวไทยเป็นต้นไม้หลายชนิดอยู่ในสกุลเดียวกันคือ สกุล (Genus) Crateva ในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 5 ชนิด แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กุ่มน้ำ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3 ชนิด และกุ่มบกมีอยู่ประมาณ 2 ชนิด ทั้งกุ่มน้ำและกุ่มบกมีลักษณะหลายอย่างคล้ายคลึงกัน ถือเอาลักษณะนิสัยชอบอยู่ริมน้ำหรือที่ดอนเป็นตัวแบ่ง โดยมีตัวแทนกุ่มน้ำและกุ่มบกที่รู้จักกันดีเป็นหลัก คือ
     กุ่มน้ำ ถือเอาต้นไม้ที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Crateva nuvrvala Ham. เป็นต้นไม้ขนาดกลางสูง 5 - 10 เมตร มีกิ่งก้านสาขามาก ใบเป็นใบรวม มี 3 ใบย่อย บนก้านใบเดียวกัน ใบย่อยแต่ละใบกว้าง 3 - 4 เซนติเมตร ยาว 15 - 20 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม ใต้ท้องใบสีขาวนวล ออกใบอ่อนพร้อมออกดอกในฤดูร้อน ดอกสีขาวและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวล เกสรสีม่วง ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง มักออกดอกพร้อมกันทั้งต้น ดอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 - 3 เซนติเมตร ผลรูปไข่ สีเทา เปลือกเรียบแข็ง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร มีเมล็ดมาก ชอบขึ้นตามริมฝั่งแม่น้ำลำคลองที่ราบลุ่ม

     กุ่มบก มักหมายถึงต้นไม้ที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Crateva erythrocarpa Gagnep. เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางสูง 3 - 5 เมตร มีใบย่อย 3 ใบ เช่นเดียวกับกุ่มน้ำ แต่ใบย่อยรูปร่างค่อนข้างกลมมน คือส่วนกว้าง 3 - 4 เซนติเมตร และยาว 5 - 8 เซนติเมตร ปลายใบไม่เรียวแหลมเหมือนกุ่มน้ำ ขนาดดอกและผลใกล้เคียงกุ่มน้ำ แต่ผลค่อนข้างกลม และเมื่อผลสุก รสหวาน นกชอบกิน (คนก็กินได้) ชอบขึ้นตามที่ดอน และในป่าผลัดใบ

     ทั้งกุ่มน้ำและกุ่มบกถือว่าเป็นผักพื้นบ้านเก่าแก่ที่ชาวไทยคุ้นเคยมาแต่โบราณกาล เช่นในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ กล่าวถึงศัพท์เกี่ยวกับการใช้กุ่มเป็นผักของคนไทยสมัยปี 2416 เอาไว้ตอนหนึ่งว่า
กุ่มดอง  :  ใบกุ่มอ่อน ๆ เก็บเอามาแช่น้ำใส่เกลือบ้าง ใส่น้ำซาวข้าวบ้าง กินเปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ จะเห็นว่าส่วนของกุ่มที่นิยมนำมากินเป็นผักคือ ยอดอ่อน และนิยมนำมาดองเสียก่อน ความจริงส่วนยอดอ่อนและช่อดอกสามารถนำมาเป็นผักได้ โดยผ่านการดองอย่างเดียวกัน ไม่นิยมนำมากินดิบ หรือประกอบอาหารด้วยวิธีการอื่น (เช่น ต้ม แกง ลวก เผา ฯลฯ) แต่ในบรรดาผักดองสำหรับจิ้มน้ำพริกด้วยกันแล้ว กุ่มดองนับว่าเป็นผักดองยอดนิยมอย่างหนึ่งของคนไทย ซึ่งปัจจุบันหากินได้ยากพอสมควร เพราะมีเฉพาะบางท้องถิ่น และในฤดูที่กุ่มมีดอก (พร้อมกับยอดอ่อน) เท่านั้น ในกรุงเทพฯ เคยเห็นมีขายที่ตลาดท่าช้าง รวมทั้งผักดองอื่น ๆ ที่หายาก (เช่นผักหนาม) ตามฤดูกาล

ประโยชน์ด้านอื่น ๆ ของกุ่ม
     นอกจากใช้เป็นผักแล้ว ชาวไทยรู้จักนำกุ่มมาทำยาสมุนไพรใช้รักษาโรคได้หลายโรคด้วยกัน ทั้งกุ่มน้ำและกุ่มบก เช่น
กุ่มทั้งห้า (ต้น ใบ ดอก ผล ราก)   :  รสเผ็ดร้อน แก้ลมขึ้นเบื้องสูง ขับเหงื่อ แก้สะอึก บำรุงธาตุ ทำลายน้ำหนองอันเป็นก้อน
รากกุ่มน้ำ  :  แช่น้ำเป็นยาธาตุ
รากกุ่มบก  :  แก้มานกระษัยอันเกิดแต่กองลม
เปลือกกุ่มน้ำ  :  ต้มเป็นยาดัดลมในลำไส้ แก้กองลม แก้กระษัย แก้ริดสีดวง
เปลือกกุ่มบก  :  ขับลม แก้นิ่ว  แก้บวม บำรุงไฟธาตุ ช่วยย่อยอาหาร
ใบกุ่มน้ำ  :  ขับเหงื่อ แก้สะอึก ขับผายลม แก้ลมขึ้นเบื้องสูง
ใบกุ่มบก  :  ขับลม ฆ่าพยาธิ แก้กลาก-เกลื้อน แก้ตะมอย
แก่นกุ่มน้ำ  :  แก้นิ่ว
แก่นกุ่มบก  :  แก้ริดสีดวง

     กุ่มเป็นต้นไม้ประเภทไม้เนื้ออ่อน โตเร็ว ทรงพุ่ม ใบและดอกงดงามพอที่จะปลูกเป็นไม้ประดับได้ โดยเฉพาะกุ่มน้ำบางชนิดที่บางท้องถิ่นเรียกว่า ต้นอำเภอ (ชื่อพฤกษศาสตร์ Crateva macrocarpa) มีดอกโตกว่ากุ่มน้ำธรรมดาเท่าตัว และช่อโตแน่น นำปลูกเป็นไม้ประดับดีมาก และมีคุณสมบัติต่าง ๆ เช่นเดียวกับกุ่มน้ำชนิดอื่น
     ในตำราปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านของชาวไทยถือว่ากุ่มเป็นต้นไม้มงคล กำหนดให้ปลูกทางทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) ของตัวบ้าน จะเป็นสิริมงคลต่อผู้อาศัยในบ้านเรือน

ที่มา : ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน 

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]
พืชผักสวนครัวและผลไม้ไทย
- ลำพู [30 สิงหาคม 2554 13:53 น.]
- มะเดื่อฝรั่ง(Fig) [30 สิงหาคม 2554 13:53 น.]
- หน่อกะลา ถือเป็น ผักพื้นบ้าน ของ เกาะเกร็ด [30 สิงหาคม 2554 13:53 น.]
- ต้นอ้อดิบ(ต้นคูน) [30 สิงหาคม 2554 13:53 น.]
- ทุเรียนน้ำ...ทุเรียนเทศ...ทุเรียนแขก [30 สิงหาคม 2554 13:53 น.]
- ดอกดาวเรืองกินได้ทั้งดอกและยอด [30 สิงหาคม 2554 13:53 น.]
- ตะลิงปลิง...ผลไม้สุดเปรี้ยว...นี่ก็อีกต้นที่ปลูกหน้าบ้าน [30 สิงหาคม 2554 13:53 น.]
- สัปปะรด พันธุ์เพชรบุรีที่กินได้โดยไม่ต้องปอกเปลือก [30 สิงหาคม 2554 13:53 น.]
- ผักหนาม [30 สิงหาคม 2554 13:53 น.]
- ต้นสาคู [30 สิงหาคม 2554 13:53 น.]
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright@2010 by www.nongtoob.com All right reserved.
Engine by MAKEWEBEASY